I MUSIC


คนที่เหงาคนหนึ่ง นั้นรอใครที่จะเข้าใจ
มาเป็นเพื่อนดูหนัง เป็นเพื่อนฟังเพลงใกล้ๆ

แบ่งปันทุกข์และสุข พูดคุยยามที่เหนื่อยหัวใจ
แต่ว่าคนๆนั้น จะได้เจอกันวันไหน

มองปฏิทินที่เปลี่ยนเข้ามาใหม่ มองคนรักเขาเดินเคียงใกล้
ฉันคงได้แต่มอง อยู่ตรงนี้

ใครสักคนที่เกิดมาเพื่อผูกพัน ใครที่เกิดมาคู่กับฉัน
ใครคือคนนั้นช่วยมา บอกฉันที
ให้ใจที่หวั่นไหวได้พึ่งพิงซักที่ ให้รู้ว่าซักวันฉันจะเจอคนๆนี้
และใครที่รอคนนี้ มีจริงใช่ไหม

วันที่แสนว่างเปล่า ทุกคราวพยายามเข้าใจ
แต่ว่าในวันนี้ ข้างในกลับทนไม่ไหว

มองปฏิทินที่เปลี่ยนเข้ามาใหม่ มองคนรักเขาเดินเคียงใกล้
ฉันคงได้แต่มอง อยู่ตรงนี้

ใครสักคนที่เกิดมาเพื่อผูกพัน ใครที่เกิดมาคู่กับฉัน
ใครคือคนนั้นช่วยมา บอกฉันที
ให้ใจที่หวั่นไหวได้พึ่งพิงซักที่ ให้รู้ว่าซักวันฉันจะเจอคนๆนี้
และใครที่รอคนนี้ มีจริงใช่ไหม

ใครสักคนที่เกิดมาเพื่อผูกพัน ใครที่เกิดมาคู่กับฉัน
ใครคือคนนั้นช่วยมา บอกฉันที
ให้ใจที่หวั่นไหวได้พึ่งพิงซักที่ ให้รู้ว่าซักวันฉันจะเจอคนๆนี้
และใครที่รอคนนี้ มีจริงใช่ไหม

และใครที่รอตอนนี้ เขาอยู่ที่ไหน

 

 

หลายๆวันที่ผ่านมานี้ใครที่อาศัยอยู่ในเชียงใหม่หรือภาคเหนือตอนบนคงจะรู้ดีว่าบรรยายกาศมันเป็นแบบไหน

เราชอบบรรยายกาศอึมครึมแบบนี้นะ
แต่ ก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน....

วันนี้ไม่มีอะไรทำก็นั่งโหลดหนังดูมันทั้งวัน ดูหนังแบบไม่มีซับแอบลำบากสำหรับคนที่โง่ภาษาอังกฤษ

(มีเสียงแว่วๆมาว่าดูไปเหอะจะได้หายโง่ อืม ครับผม)

 

ตอนหัวค่ำนั่งวาดรูปอย่างชิว เตรียมเข้าเครื่องแสกนแล้วแต่เครื่องเน่า เครื่องปริ้นท์ต้องมีผีสิงแน่ๆ!!!คิดว่าคงจะได้เวลาเอาเข้าอู่แล้ว

 

สรุปชีวิตมันมีแค่นี้จริงๆสินะ.....

 

 

 

เมื่อวานไปเที่ยวบ้านคุณยายมา บ้านคุณยายต้องนั่งรถกจากในเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศใต้ประมาณ 30 นาที พอใกล้ๆถึงข้างทางจะเต็มไปทุ่งนา(ซึ่งตอนนี้เหมือนเขาจะปลูกหอมกันล่ะ)
(ไม่ได้ถ่ายรูปมาหรอก ลืมหยิบกล้องไป)

พอไปถึงบ้านคุณยาย ก็โซ้ยอาหารกันอย่างเมามัน อาหารฝีมือคุณยายอร่อยกว่าร้านอาหารทั่วไปมากมาย เคยคิดจะลองทำตามสูตรของคุณยาย แต่แม่ห้ามไว้ ด้วยความที่กลัวลูกจะทำครัวพินาศ.....
(ไม่ได้พินาศนะแม่ แค่ต้มแกงกระหรี่ทิ้งไว้แล้วไปนั่งเล่นPSPเองครับ)

หลังจากที่ทานมื้อเที่ยงอย่างอิ่มหมีพีหมันเรียบร้อยแล้ว ผมก็ขับมอไซ(ที่ไม่เคยจะได้ขับในเมือง แม่กลัวลูกเอารถไปไถกับถนน!! แม่จะกลัวทำไมครับ!!)ไปบ้านคุณป้าที่อยู่ซอยใกล้ๆกัน บ้านคุณป้าผมเป็น OTOPเครื่องเงินสี่ดาวล่ะครับ(อวดอย่างภาคภูมิใจ) ผมเคยไปนั่งให้พี่ชายสอนทำแหวนไปให้สาวด้วย แต่จนบัดนี้ยังไม่กล้าให้ ผมเดินหลบฝูงน้องหมาไปลั่นล้าในห้องพี่ชายที่หลังบ้านแล้วก็พบว่า

"เฮ้ย บลายด์ 0.0"

บลายด์ครับ สองคน(เอ๊ะ หรือมันเป็นตัว...)ยื่นจ้องผมผ่านกล่องพลาสติกของพวกเธอ ด้วยความที่ชีวิตนี้ผมไม่เคยเล่นตุ๊กตา จึงได้แต่มองเฉยๆและคิดในใจว่าเพื่อนผมมาเห็นมันคงกรี๊ดกันน่าดู(อา... น้องบลายด์หัวทอง น่ารักนะ ใส่ชุดเมดด้วย แต่ผมชอบสาวแว่น)      เมื่อผมเดินออกมาข้างนอก บุพการีทั้งหลายในบ้านก็ตกลงกันอย่างเป็นเอกฉันท์ว่าตอนเย็นจะทานอาหารทะเลกัน(กลางดอย?) ผม พี่ชาย แฟนพี่ชาย คุณยาย คุณแม่ จึงต้องระเห็ดขับรถออกไปที่ถนนใหญ่อีกครั้งเพื่อนเข้าห้าง (อีกนัยหนึ่งคือ พาคุณยายไปเที่ยว นั่นเอง) คุณยายดูจะดีใจมากเลยครับที่ลูกหลานมากันเต็มบ้าน (และคุณยายก็เป็นคนบ่นคนแรกว่าอยากกินกุ้งเผา เพราะผมซื้อเลย์รสกุ้งแม่น้ำทรงเครื่องไปกินบ้านคุณยาย ไม่ค่อยได้กินหรอกครับคุณยายแย่งกิน 555+)

ขากลับคุณแม่แวะซื้อแตงโมลูกละ50บาท ผมแบกไม่ไหวครับต้องให้พี่ชายแบก(เกิดมาไม่เคยเห็นแตงโมที่ไหนใหญ่เท่านี้มาก่อน พระเจ้าเหอะ...) เมื่อมาถึงบ้านพี่ชายผมเปิดแผ่นเสียงมาคลอกับบรรยายกาศตอนเย็นที่ล้อมวงรอบกองไฟและทานอาหารทะเล...(พี่ชายผมมีแผ่นเสียงเรียงกันเต็มผนังด้านหนึ่งของห้องนอนเลยครับ เก่าๆทั้งนั้น รวมๆแล้วหลายพันแผ่นอยู่ สุดยอด!) อา.... เหมือนเพลงจะไม่ค่อยเข้ากับบรรยากาศเท่าไหร่เพราะพี่แกเปิดซะเหมือนเราไปนั่งหั่นฟัวกราอยู่ในโรงแรมห้าดาว (ในขณะที่ผมเอาส้อมจิ้มไส้ย่างและซดคอกเทลเชอรี่เข้าปาก.... โห โคตรเข้ากัน) คุณป้าแซวเรื่องนี้บ่อยเหมือนกันแต่พี่ชายดันทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นซะงั้น 

 

แอบถ่ายน้องปูครับ

(เตาข้างๆนั่นเหมือนจะเป็นซี่โครงหมูครับ หรือไส้ย่าง ผมไม่แน่ใจ)

 

วันนี้ง่วงแล้วล่ะครับ เมื่อคืนตื่นมาตอนตีสองเพราะยุงกัดแล้วตาค้างซะงั้น ...
ฝันดีครับทุกท่าน

ปล. เอนทรี่หน้าจะเอารูปไปเที่ยวไร่ชาตอนต้นปีมาลงนะครับ